อนุสาวรีย์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

                  อนุสาวรีย์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตมีพระนามเดิมว่าหม่อมเจ้าวิภาวดีรังสิตทรงเป็นพระธิดาในพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์( พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส)ต้นสกุลรัชนีและหม่อมเจ้าพรพรพิมลพรรณรัชนีประสูติเมื่อวันเสาร์ที่20พฤศจิกายน พุทธศักราช2463
                  พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตทรงเริ่มการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนผดุงดรุณีและโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยแล้วทรงย้ายไปเรียนที่มาแตร์เดอีวิทยาลัยจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทรงศึกษาหลักสูตรพิเศษที่โรงเรียนนี้เพิ่มเติมอีก 3 ปี ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อพุทธศักราช 2485 ภายหลังที่เสด็จพระองค์หญิงสำเร็จการศึกษาแล้ว ได้ทรงรับใช้พระบิดาอย่างใกล้ชิด กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการหนังสือในพระนามว่า “ น.ม.ส. “ ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “ กวีเอก “ ผู้หนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ ประกอบกับเสด็จพระองค์หญิงทรงสนพระทัยในการอ่านและการศึกษาค้นคว้าอยู่ตลอดเวลาจึงทรงมีประปรีชาสามารถหลายประการ โดยเฉพาะทางอักษรศาสตร์ ทรงเขียนเรื่องสำหรับเด็กเมื่อชันษาเพียง 14 ปี ทรงใช้นามปากกาว่า “ ว.ณ. ประมวญมารค “ และทรงได้รับความสำเร็จอย่างดียิ่ง เพราะปรากฏว่าเรื่องที่ทรงแต่งเป็นที่นิยมของผู้อ่านเป็นอย่างมาก ภายหลังจากนั้นได้ทรงประพันธ์หนังสืออีกหลายเรื่อง ทั้งที่เป็นนวนิยาย เรื่องสั้น บทละคร และเรื่อแปล ทุกเรื่องได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
               พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะ รังสิต เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2489 ทรงมีธิดา 2 องค์ คือ หม่อมราชวงศ์วิภานันท์ รังสิต และหม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รัสิตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จพระองค์หญิงรับราชการสองพระเดชพระคุณอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา ทั้งในประเทศและเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังต่างประเทศ สำหรับในประเทศนั้น เสด็จพระองค์หญิงได้ทรงปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเรือน สมาชิกกองอาสาสมัครรักษาดินแดนและเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนในท้องที่ทุรกันดารติดต่อกันเป็นเวลายาวนานนันสิบปี โดยเฉพาะท้องถิ่นภาคใต้ เสด็จพระองค์หญิงเสด็จไปเยี่ยมเยียนเจ้าหน้าที่และประชาชนเป็นประจำ ทรงมีพระทัยเปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์นานาประการ เพราะทรงตั้งพระทัยที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นด้วยการให้การศึกษา แนะนำการงานอาชีพ และการอนามัยแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงมีพระทัยกล้าหาญเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก แม้ในเขตที่มีการก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง ก็ยังทรงพระอุตสาหะเสด็จไปเยี่ยมเยียนบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ถึงแนวหน้า
               ในส่วนพระกรณียกิจที่ทรงมีต่อวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์และประชาชนอำเภอดอนสักนั้น มีมากมายสุดพรรณนา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2513 สมัยนั้นอำเภอดอนสัก เป็นกิ่งอำเภอดอนสัก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ได้เสด็จมาอำเภอดอนสักเป็นครั้งแรก โดยเสด็จมาทางถนนลูกรัง จากอำเภอกาญจนดิษฐ์และพักค้างคืนที่น้ำตกบ้านใน ( น้ำตกวิภาวดี ) วันที่ 22 มีนาคม 2513พระราชทานเสื้อผ้าแก่นักเรียนและคนยาก ณ โรงเรียนวัดคีรีวงศ์แล้วเสด็จพักค้างคืนที่วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์แล้วเสด็จไปเกาะเต่าโดยทางเรือตำรวจ พระกรณียกิจของพระองค์ที่มีต่อประชาชนอำเภอดอนสักมีมากมายเหลือคณาตั้งแต่ปีแรกที่พระองค์เสด็จมาปฏิบัติภารกิจในอำเภอดอนสัก เมื่อ พ.ศ.2513 จนกระทั่งชีพิตักษัย พระองค์ไปเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนชาวอำเภอดอนสักเป็นประจำทุกปี
            ขณะที่พระองค์เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรอำเภอดอนสัก พระองค์ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับน้ำบริโภค อุปโภคเป็นอย่างยิ่ง สมควรสนับสนุนให้มีน้ำประปาไว้ใช้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ได้นำเรื่องนี้ขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงกรุณาโปรดเกล้า ฯ รับเรื่องการประปาดอนสัก เข้าไว้ในโครงการพระราชดำริ ทำให้อำเภอดอนสักได้มีน้ำประปาใช้ตราบจนทุกวันนี้                   ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกช่อฟ้าอุโบสถวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ เมื่อวันที่16 พฤษภาคม 2513 และเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน ณ วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ การเสด็จพระราชดำเนินมาอำเภอดอนสักถึง 2 ครั้ง ก็ด้วยพระเมตตาของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตที่ได้กราบบังคมทูลและตามเสด็จพระราชดำเนินนับเป็นเกียรติประวัติและเป็นศิริมงคลแก่ประชาชนชาวอำเภอดอนสักที่ต้องจารึกไว้มิรู้ลืม
                  จนกระทั่งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2520 ระหว่างทางเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อนำสิ่งของพระราชทานไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงทราบจากวิทยุว่ามีตำรวจตระเวนชายแดนได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด 2 คน ด้วยความที่ห่วงใยผู้บาดเจ็บ เกรงว่าจะได้รับการรักษาพยาบาลไม่ทันท่วงที จึงรับสั่งให้นักบินนำเฮลิคอปเตอร์ ร่อนลงเพื่อรับเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 คนนั้นไปจั้งหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเฮลิคอปเตอร์กระสุนทะลุเข้ามาถูกพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ในวันนั้น                   ด้วยพระเมตตาของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตที่มีต่อชาวอำเภอดอนสักเป็นล้นพ้นพระครูสุวรรณปรดิษฐการ ( พ่อหลวงจ้อย ) เจ้าคณะอำเภอดอนสักและเจ้าอาวาสวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ร่วมกันศิษย์นุศิษย์และประชาชนชาวอำเภอดอนสักจึงได้ทำการก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ไว้ภายในบริเวณวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ เพื่อให้ประชาชนได้ถวายสักการะบูชาและรำลึกถึงพระเมตตาของพระองค์ที่มีต่อวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ชาวอำเภอดอนสัก และชาวปักษ์ใต้
                  อนุสาวรีย์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตอยู่ด้านหน้าทางขึ้นไปสู่พระเจดีย์จตุรมุขซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อพุทธศักราช 2529 ขนาด 1 1/2 เท่าของพระองค์จริงประทับเหนือแท่นหินอ่อน ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกในอาการแย้มพระโอษฐ์ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 820,000 บาท และเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2530 หม่อมเจ้าปิยะรังสิต พระสวามีของพระองค์เป็นประธานในพิธีเปิด แม้เสด็จพระองค์หญิงได้สิ้นพระชนม์ไปแล้วแต่พระกรณียกิจที่ได้ทรงปฏิบัติเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยังอยู่ในความทรงจำของปวงชนชาวไทยตลอดไป ปัจจุบันในวันส่งตายายของชาวใต้สุราษฎร์ธานี และผู้ที่เคารพนับถือจะมาร่วมวางพวงมาลาถวายเป็นที่ระลึกทุกปี